google anylytics code

Author Topic: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย  (Read 1922 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ผมได้มีโอกาสได้เรียนสายกับท่านอาจารย์ศิริบูรณ์ที่เป็นเสาหลักด้าน motor sport ของเมืองไทยทางโทรศัพท์เป็นการเยี่ยมเยียนสวัสดีปีใหม่ด้วยความเคารพและคิดถึง ท่านปรารภให้ฟังถึงการสนับสนุนให้มีการขับขี่ในสนามแข่งแทนการขับแข่งบนถนนสาธารณะที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้ร่วมเส้นทาง ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ยังได้มีโอกาสเรียนให้ท่านทราบถึงกิจกรรมบนลานมันที่ปากช่องด้วย

โดยส่วนตัวแล้วผมจะเน้นความสมบูรณ์ของรถตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนถึงช่วงล่าง เพราะต้องใช้รถเดินทางเป็นประจำทั้งขับไปทำงาน ไปจนถึงขับไปไร่ปากช่องและอีกหลายๆทริป ผมเชื่อมั่นในสมรรถนะของใบพัดฟ้าขาวไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปี 70-90 ที่เหนือชั้นกว่ารถในระดับเดียวกัน โดยหลักการออกแบบรถยนต์ของวิศวกรระดับโลกจะวัดคุณภาพกันที่ระดับ Active safety และ Passive safety ที่ผู้ขับขี่ได้รับจากการซื้อรถไปใช้งานครับ วันที่ซื้อรถป้ายแดงจากห้างถือว่าได้รับมาเต็ม 100 แต่เริ่มถดถอยไปตามระยะทางและเวลาที่ผ่านไป การบำรุงรักษารถยนต์ที่ใช้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะรักษาให้ระดับความปลอดภัยกลับมาเต็ม 100 หรือใกล้เคียงให้มากที่สุด เพื่อให้ได้สัมผัส Sheer Driving Pleasure

« Last Edit: January 23, 2010, 01:11:06 AM by bmw fascination »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ประเด็นที่น่าสนใจคือเราจะรู้ได้ไงว่าหลังจากที่ได้บำรุงรักษาตามวงรอบหรือตามอาการของรถแล้ว รถกลับมาอยู่ในสภาพสมบรูณ์เต็มร้อย คำตอบคือการขับทดสอบในสภาพปกติและสภาพเน้นกว่าปกติครับ

การทดสอบในสภาพปกตินั้นคงไม่ยากเพราะสามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ถ้าใช้ทางด่วนก็ใช้ระดับความเร็วที่ขับเป็นประจำได้ ความรู้สึกจากการตอบสนองเครื่องยนต์และเกียร์ ไปจนถึงระบบช่วงล่างว่าให้ความมั่นใจตามมาตรฐานเดิมเพียงใด ถ้ายังมีข้อบกพร่องก็สามารถกลับไปตรวจเช็คแก้ไขจนกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ต่อไป

แต่การทดสอบในสภาพที่เน้นกว่าปกติ เป็นการดึงเอาสมรรถนะของรถที่มีสถานะแบบมี load และ stress เช่น การเร่งแซงอย่างรวดเร็ว การดึงรถกลับคืนช่องทางแบบกระทันหัน การเบรคแบบกระชั้น การเลี้ยวกลับรถมุมกว้างและมุมแคบอย่างรวดเร็ว การใช้ความเร็วสูง เพื่อดูสมรรถนะของรถว่ามีความพร้อมและสมบูรณ์เหมือนหรือใกล้เคียงกับตอนที่ออกมาจากโชว์รูมใหม่ๆ ซึ่งการขับขีในลักษณะนี้บนท้องถนนทั่วไปจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเพราะเราใช้เส้นทางที่มีสภาพจราจรและมีผู้ร่วมเส้นทางด้วย หากจำเป็นต้องทำควรคำนึงถึงสภาพถนน สภาพการจราจร และที่สำคัญคือสภาพรถ เพราะเราคงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในช่วงที่เราขับจะมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเราจะสามารถควบคุมรถที่ขับขี่ และอารมณ์ของเราและผู้ร่วมเส้นทางได้เพียงใด

ข้อสำคัญคือเราควรขับขี่และทดสอบรถของเราเองเพราะคุ้นเคยกับการตอบสนองของรถเป็นอย่างดี ไม่สมควรให้ใครมาทดลอบสมรรถนะรถของเราในสภาพที่เน้นกว่าปกติเป็นอันขาดครับ อะไรก็อาจเก็ดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นถ้าอยากลองสมรรถนะรถตัวเอง ควรเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน หรือเลือก track ที่จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะ

มีหลายท่านที่รักรถที่ไม่ว่าจะเป็น E12-E28-E21 1800-2000 ที่ผ่านกาลเวลามาหลายขวบปีแล้ว แต่ถ้าทำการซ่อมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว เป็นรถที่ให้สมรรถนะชั้นเยี่ยมที่รถรุ่นใหม่ไม่สามารถให้ได้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังซ่อมบำรุงรถที่ท่านรัก และขอให้ทดสอบสมรรถนะด้วยความปลอดภัยครับ
« Last Edit: January 23, 2010, 01:13:27 AM by bmw fascination »

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,384
    • View Profile
    • Email
ขอบคุณสำหรับข้อแนะนำที่ให้ความรู้และการใช้วิจารณญานในการขับขี่รถที่เรารักที่พี่Oเปิดทู้มาครับ..

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเพราะสมรรถนะของรถนั้นย่อมต้องsetให้เหมาะกับการใช้งาน..ไม่อย่างนั้นจะมีคำพูด

ปลิวมาเข้าหูว่า" ขับลุยต้อง Land ขับหรูต้อง Range " หรือ BMW นั้นขับแล้วได้สุนทรียภาพมากกว่า MB แม้กระทั่ง

คนที่มีปึกหนาๆยังต้องคิดเลยว่าจะซื้อ Ferrari มาขับเล่น week end หรือ เลือก Porsche มาขับทุกวัน

ผมว่าเรื่องที่พี่Oกล่าวมาสามารถเป็นข้อแนะนำที่ดีมากครับ..ได้จังหวะกับที่เราจะมี trip ปากช่องช่วง"ลานมัน"พอดี

เผื่อผองเราที่ตั้งใจว่าจะร่วมกิจกรรมช่วงนั้นจะได้setรถให้พร้อม...

ขอแค่อย่าระห่ำก็พอครับ..ฝีมือแน่ขนาดไหนก็พลาดคาสนามมาเยอะครับ

ผมเคยเป็น street racing คนนึงเดี๋ยวนี้เลิกแล้วครับ...พริ้วอีแอบไปหาหยิงดีกว่า ....คริๆ
« Last Edit: January 23, 2010, 02:36:22 PM by ck »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ขอบคุณเชฟใหญ่ที่เข้าใจและร่วมตระหนักถึง back to basic of defensive driving ที่เป็นแบบฉบับของการขับรถในประเทศที่เจริญแล้วครับ

ขอไขความกระจ่างเกี่ยวกับ overall safety ลองเช็ครถของท่านดูว่า Active safety อยู่ในระดับไหน เริ่มจาก ความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ตั้งแต่สตาร์ทรถไปจนถึงอุณหภูมิใช้งาน การตอบสนองของเครื่องยนต์ราบเรียบนุ่มนวลในแต่ละจังหวะเกียร์ มีอัตราเร่งที่ขับเคลื่อนรถให้ผ่านขึ้นรถคันข้างหน้าได้อย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว การควบคุมบังคับเลี้ยวของพวงมาลัยมีความแม่นยำ return to center ไม่ใช่ดึงซ้ายบ้างขวาบ้าง หรือเจอถนนหลังเต่าแล้วต้องประคองพวงมาลัยไม่ให้รถเลี้อยไปมา ระบบกันสะเทือนที่รองรับ bump and rebound และ cornering  ระบบเบรคที่หยุดรถได้อย่างฉับไวเที่ยงตรงไม่ปัดหรือไถลไปข้างหน้า ทัศนวิสัยในตำแหน่งคนขับมองเห็นได้ชัดเจนรอบด้านด้วยการมองผ่านจากหางตาทั้งสองด้าน เกจ์วัดอุณหภูมิ น้ำมันเชื้อเพลิง ความเร็วและรอบเครื่องยนต์รายงานผลอย่างเที่ยงตรง รวมถึงอุปกรณ์ความสว่างเมื่อต้องเดินทางในยามค่ำคืน ระดับความสว่างและลำแสงที่พุ่งไปข้างหน้าและกวาดออกด้านข้าง ไฟเบรคไฟเลี้ยวที่สว่างชัดเจน เมื่อบริบทในการขับขี่ทำงานอย่างสอดประสานย่อมน้ำไปสู่ Active safety ตามที่วิศวกรออกแบบมาเพื่อการขับขี่

ส่วน Passive safety เป็นอุปกรณ์นิรภัยเพื่อป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการกระแทกจากเบาไปหาหนัก โดยทั่วไปอุปกรณ์นิรภัยมาตรฐานที่รถรุ่นใหม่ต้องมี เริ่มจากภายใน ตั้งแต่เข็มขัดนิรภัยแบบ pre-tensioner รวมไปถึง SRS Airbag ระบบป้องกันแกนพวงมาลัย ระบบห้องโดยสารที่กระจายแรงกระแทก ระบบตัดน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนภายนอก ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง mono-cock หรือ chassis ที่ไม่บกพร่องสามารถรับแรงบิดของรถได้ในทิศทางต่างๆ กันชนนิรภัยหน้า-หลังที่รับแรงกระแทกได้  กระจกนิรภัยแบบ laminated และ tempered ที่ชิ้นส่วนไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย   

ถ้าท่านเช็ครายการได้ครบถ้วนและระบบอยู่ในสภาพสมบูรณ์ (แน่นอนต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามมา) ขอให้ท่านภูมิใจได้ว่า BMW ของท่านเป็นพาหนะชั้นเยี่ยมที่พาท่านไปสู่จุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ จากนั้นถ้าอยากขยับก้าวไปสู่โลกของ motor sport ก็ต้องมีความพร้อมทั้งปัจจัยที่เป็นตัวเงิน การฝึกฝนทักษะในการขับขี่ควบคุมรถในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนสอนการขับขี่แนวนี้เปิดสอนหลายแห่งครับ

ผมนึกถึงเคนที่เป็นแบบอย่างของสุภาพบุรุษบนถนน มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง สมรรถนะที่ดีมีไว้เพื่อความปลอดภัยไม่ใช่ไว้โชว์ครับ

Offline nuabkung

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 619
  • TWINS TRUST's mufflers
    • MSN Messenger - nuabkung@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
ขอบคุนสำหรับความรู้ดีๆคร้าบพี่โอ  :-* :-*
เบื่อกับสีโลโก้แตก ซีด ซื้อใหม่แพงจัด บริการทำสีโลโก้ ราคาประหยัด รับประกันงานสีนาน6เดือน  คลิก!!

Offline f_feb

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 231
    • View Profile
    • Email
ได้ความรู้อย่างมากครับ 

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ยินดีครับ ปราชญ์ซุนวูเคยสอนยุทธวิธีการรบไว้เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา เช่นเดียวกับการที่เรารู้รอบเกี่ยวกับ BMW ที่เราขับ รู้จุดอ่อนจุดแข็งของระบบที่ออกแบบมา เราย่อมได้เปรียบในการขับขี่

เอาง่ายๆครับ ช่วงล่างหลังแบบ Semi-trailing arms ที่ใช้ใน E12 E28 E30 นับได้ว่าเป็นพิมพ์นิยมของรถเยอรมันชั้นดีมานาน ก่อน Z-axle หรือ multi-link จะเข้ามาแทนที่ใน E36 และในอีกหลายๆรุ่นต่อมา จุดเด่นของ semi-trailing arms ที่ยอมรับกันคือ ความทนทาน ความนุ่มนวลและเกาะถนนชนิดไว้ใจได้ แต่ในเชิง suspension geometry ยังมีคำตอบอีกมากมายที่น่าสนใจ และเอามาใช้ในการขับขี่บนถนน และปรับแต่งเพื่อใช้ในสนามได้ มีโอกาสจะมาขยายความครับ
« Last Edit: January 26, 2010, 09:42:53 PM by bmw fascination »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
วันจันทร์ที่ผ่านมามีโอกาสแวะเวียนไปสวัสดีปีใหม่พี่บุญมา แห่ง BMW บางนา ได้ปรึกษาระบบไอเสียของ E23 จนได้ความกระจ่าง หลังจากนั้นเดินชมรถในอู่ที่แต่ละคันสวยโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์ของตนเอง aeroparts แต่ละชิ้นเป็นของแท้ที่นอกจากสวยงามแล้ว ยังให้ผลทาง dowforce aerodynamics ด้วย

มี E46 318i จอดรอซ่อมใหญ่เนื่องจากบริเวณด้านหน้ามุมซ้ายต่อเนื่องไปด้านขวา impact มาอย่างแรงจนเครื่องถอยร่นไปด้านหลัง ส่วนในห้องโดยสารไม่กระทบกระเทือนมีเพียง driver airbag และ passenger side airgag ทำงาน

ดูจากสภาพรถแล้วคงใช้ความเร็วสูง (เครื่อง N46b20) แต่มีเหตุฉุกเฉินทำให้ไม่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ทัน คำถามคือ E46 model year 2004-5 ถือว่าเป็น fourth generation ของ serie 3 มีพัฒนาการด้านระบบ active safety สูง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์กำลังม้าสูงที่มีระบบ multivalve ระบบเกียร์แบบ steptronic ช่วงล่างแบบ lightweight multi-link น่าจะลดความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินได้

การหาคำตอบที่ถูกต้องคงต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติมมาสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนรวมไปถึงดินฟ้าอากาศในขณะขับขี่ ความพร้อมของตัวผู้ขับขี่ และประสบการณ์การตัดสินใจเฉพาะหน้า เมื่อ active safety ถูกจำกัดด้วยประการต่างๆจนเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ระบบ passive safety จะทำงานโดยอัตโนมัติทันที ไม่ว่าจะเป็นด่านหน้าสุดคือ bumper ไปจนถึง crumple zone เข้าไปหา SRS airbag และท้ายที่สุดคือ pretensioner safetybelt  ช่วยลดแรงกระแทกมหาศาลเข้าสู่ตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ผมเดินออกมาจากอู่พี่บุญมา ด้วยความผ่อนคลายนึกภูมิใจความเป็นใบพัดฟ้าขาวที่เกริกเกียรติ วิศวกรชั้นยอดได้ตกผลึกนวตกรรมผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ที่ควบคู่ไปกับสมรรถนะชั้นเยี่ยม ขอให้ท่านดูแลรถที่ท่านรักให้อยุ่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อการขับขี่อย่างสนุกและปลอดภัยครับ

Sheer Driving Pleasure ไม่ได้อยู่ที่ไหนหรอกครับ อยู่คู่กับ BMW ของคุณนั่นไงครับ   

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,384
    • View Profile
    • Email
BMW สุนทรียภาแห่งการขับขี่..ยังไงก็ใช่ครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
อ่านพบบทความในเวป Titan autopart ที่ขายอะหลั่ยมือสอง BMW นำเข้าจากญี่ปุ่น มีบทความดีๆนำเสนอหลายเรื่องครับ มีอยู่เรื่องหนึ่งพูดถึงการใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี รวมถึงข้อจำกัดของเกียร์ออโต้ หนึ่งในนั้นคือสภาพการขับขึ่ ขอยกข้อความที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ว่า

"ไม่ควรออกกระชากแรงๆบ่อยครั้งนัก  หลายคนที่ชอบขับรถสไตล์นักซิ่ง ชอบออกรถแบบกระชากให้ล้อได้ร้องเอี๊ยดอ๊าดกันแทบทุกครั้ง แบบนี้ถ้าใช้กับรถเกียร์อัตโนมัติบ่อยๆ จะทำให้ท่านต้องเสียเงินซ่อมเกียร์ไวขึ้น เนื่องจากผ้าคลัตซ์ในชุดเกียร์จะหมดไวกว่าปรกติ 2-3 เท่า รวมถึงจะทำให้ชุดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พังไวกว่าปรกติด้วยนะครับ"

ดังนั้นใครที่จะนำรถ BMW เกียร์ออโต้ไปลองวิ่งในลานมันขอให้ตระหนักให้ดีว่ารถที่ขับมีข้อจำกัด และควรยอมรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลังกับเกียร์ออโต้ ไม่ว่าจะเป็นความสึกหรอที่ไวกว่าปกติ การรั่วซึมของน้ำมันเกียร์ตามรอยต่อต่างๆ ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาจะมีความทนทานกว่ามาก รวมถึงสมรรถนะที่ถ่ายทอดจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,293
    • View Profile
    • Email
เรื่องเกียร์ ออโต้ นี่จริงแท้แน่นอนครับ ยังไงก็ต้องสึกหรอไม่มากก็น้อย 

การขับในลานมันในวันนั้น ผมพยายามให้การเปลี่ยนเกียร์เองของเกียร์ออโต้ เป็นไปให้เหมือนกับขับบนถนน แต่อาจจะเป็นเวลาที่เรา กดหนักๆ  ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ตอนออกตัวครับ  เหยียบเบรค ดึงเกียร์ลงมา ที่ 2 หรือ 3 รอให้เกียร์ ถูก set up ซะก่อน แล้วค่อยกดคันเร่งออกไป ห้ามเด็ดขาด แบบที่ เปิ้ลเครื่องรอ แล้วดึงเกียร์ลงมาเลย พังเร็วแน่ๆครับ

ck

Offline hikaru

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 526
    • View Profile
    • Email
ได้ความรู้ เยอะมากๆ ต้องค่อยๆ เก็บไป ที่ละเล็กละน้อยจากพวกพี่ๆ  8)

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,384
    • View Profile
    • Email
ผมว่ามีอีกหลายๆคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการใชจังหวะของเกียร์ออโตเมติค..บางคนซื้อรถมาใช้จนกระทั่ง..

ขายไป..ยังไม่เคยเลือกโหมดD2หรือ L เลยครับ..

การขึ้นหรือลงเส้นทางที่ลาดชันไม่ว่าจะระยะไกลเช่นต่างจังหวัดหรือแม้กระทั่งลานจอดรถของห้างสรรสินค้า..

ใน กทม. เองยังมีหลายๆคนที่ใช้เบรค( เลียเบรค) จนไหม้เพราะจับจังหวะและขาดความเข้าใจเบื้องต้น..

ในการใช้เกียร์ออโตเมติค..ผมคิดว่าถ้าท่านใดที่มีข้อมูลตรงนี้นำมาเผยแพร่..น่าสนใจครับ

ผมเองขอบายครับ...ความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกนั้น..น้อยกว่าหางอึ่งอีกครับ..

ถ้าจะให้ลอกการบ้านแบบตัดแปะมาใส่โดยไม่สามารถขยายต่อได้..ยอมรับว่าไม่กล้าแหยมครับ...

ขอรออ่านจากของแท้ดีกว่าครับ...

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
โว้ว นี่ขนาดเชฟใหญ่ออกตัวว่าความรู้เครื่องยนต์กลไกแบบนิๆ ยังให้เทคนิคการใช้เกียร์ออโต้ได้อย่างน่าทึ่งครับ ถูกต้องแล้วคร้าบ การเลือกใช้จังหวะเกียร์ตามสภาพถนนช่วยทำให้การขับขี่รถปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวะ L หรือว่า 2 ที่แทบไม่เคยได้ใช้ จำได้ว่าเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง (กับสาวคนหนึ่งที่ตอนนี้มาอยู่เคียงข้าง) ช่วงทางลงเขากลับจากเหมืองปิล็อค (ก่อนที่ ปตท.จะเข้าไปทำสถานีแยกก๊าซ) ขับ Vitara ทั้งๆที่ใช้โหมด 2 ล็อคไว้แล้วแต่ถนนเป็นดินเละลื่นมากๆ ทำให้ tracktion ของยางเหลือแค่ 20% โดยไม่รู้ตัว รถปัดออกไปหาริมเหวสูง โชคดีที่มีเนินดินรอรับอยู่ไม่งั้นไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ครับ

เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจเสมอมาว่า อย่าไว้ใจ Mechanicle part ของรถเพียงอย่างเดียวว่าเพียงพอ แต่ tyre selection มีความสำคัญมากๆสำหรับ offroad หรือว่า uneven tracktion ไม่งั้นอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ในพริบตาครับ (ล่าสุด BMW X5 พลิกคว่ำที่ US ที่หลายๆฝ่ายคาใจ ในที่สุดลงความเห็นว่า Xdrive ทำงานตามปกติแต่หน้ายางเอาไม่อยู่ครับ)
« Last Edit: January 29, 2010, 02:51:42 PM by bmw fascination »

Offline f_feb

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 231
    • View Profile
    • Email
ผมคนนึงครับ ที่ไม่ค่อยได้ใช้เกียร์ออโต้อย่างจริงจัง ต้องศึกษาซะแว้ว ขับก็แค่ ตัว d อย่างเดียวเลย

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,293
    • View Profile
    • Email
ผมขอขยายความเรื่องการใช้เกียร์ออโต้ จากเล่าประสปการณ์นะครับ

เริ่มจากแบบธรรมดาๆก่อน

ผมจะเลื่อนเกียร์ลงมาที่ 3 , 2 หรือ 1 (แล้วแต่ว่าต้องการให้รถชลอลงแค่ไหน)
ลงจากลานจอดรถที่ชันมากๆ อย่าง the mall บางครั้งผมจะเลื่อนมาไว้ที่ 1 แล้วปล่อยให้รถไหลลงมา ถ้าเร็วไปก็หเยียบเบรคเป็นช่วงๆ

เมื่อครั้งที่ไปเขาใหญ่ กับคุณแม่ และพี่โอ โดยขึ้นจากทาง จ.ปราจีนบุรั แล้วมาลงทางปากช่อง
บนนั้นมีโค้งลงเขาที่ชัน และโค้งคดเคี้ยว หลายโค้ง ผมจะเลื่อนเกียร์ลงมาที่ 3 เพื่อใช้ engine brake กับ เหยียบเบรคเป็นช่วงๆ 1.เพื่อ ไม่ให้เกียร์รับ load มากเกินไป 2.เพื่อไม่ให้เบรดรับ load มากเกินไป แม้ว่าจะใช้ ผ้าเบรค bendis metalking กับน้ำมันเบรค dot 4 ก็ตาม ก็อย่าไว้ใจครับ

กับผมจะใช้ engine brake โดยเลื่อนเกียร์ลงมา 1 step เมื่อเบรคฉุกเฉิน กับเวลาจะเข้าโค้งเร็วๆ

ทีนี้ว่าด้วยเรื่องเข้าโค้งเร็ว การที่เราเปลี่ยนลงต่ำเนี่ย ไม่ใช่เพื่อให้รถช้าลงนะครับ แต่เพื่อให้รถเร็วขึ้นต่างหาก

เมื่อเกียร์ถูกเปลี่ยนลง 1 จังหวะ ที่ความเร็วรถและความเร็วรอบที่เหมาะสม handling ของรถ จะดีขึ้น engine brake จะดึง momentum ของรถไว้ ให้มีการถ่ายเทน้ำหนักของรถได้ตลอดเวลา เร่งก็ไป(น้ำหนักไปข้างหลัง) ยกก็ชลอ (น้ำหนักไปข้างหน้า)
เมื่อรถอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมทะยานออกจากโค้ง ก็เร่งคันเร่ง เพื่อส่งรถให้ออกจากโค้ง รถจะไปได้เร็วขึ้น แต่ไม่แค่นั้น การ set รถก่อนเข้าโค้ง ก็มีส่วนสำคัญ ที่เค้าเรียกกันว่า เข้า line น่ะครับ เราต้องเลือก line ที่จะเข้าโค้งด้วย ไม่ใช่ ขับเข้าตามรอยโค้งไปเฉยๆครับ และการโยกพวงมาลัยรถ ตั้งแต่ก่อนเข้าโค้ง ไปตลอด จนออกจากโค้งก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายๆปีก่อน เมื่อตอนที่เป็น M10 หัวฉีด K-Jetronic เกียร์ออโต้ 3 speed ผมเคยเข้าโค้งขวาแคบหักศอก บนถนนในซอยบางกรวย เห็นโค้งแต่ไกล ดึงเกียร์มารอที่ 2 รถแล่นเข้าหาโค้งตรงกลางของถนน ก่อนสุดทางตรง ผมก็โยกพวงมาลัยซ้าย เพื่อให้รถอยู่ในอาการ unstable (คือพร้อมจะไปซ้ายก็ได้ ขวาก็ได้) กระแทกเบรคอย่างแรง 1 ที พอน้ำหนักรถถ่ายมาด้านหน้า ผมก็ "กระตุก" พวงมาลัย (flick the wheel) เพื่อให้รถหันหน้าเข้าโค้งขวา เท้าเหยียบคันเร่งก็เลี้ยงรอบเครื่องไว้ พอรถอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะออกจากโค้ง ผมก็ดึงลง 1 อีกที แล้ว เร่งส่งรถออกจากโค้งไปได้  

ที่สำคัญอีกอย่างคือ สายตาของเราครับ ต้องมองให้หมด ทั้งทางเข้า จุด apex ไปจนถึงทางออก ทุกอย่างมันประมวลผลในเวลาไม่กี่วินาทีครับ

การกระทำบนถนนที่เล่ามา ไม่แนะนำให้ทำนะครับ ตอนนั้นหลายปีมาแล้ว อายุยังน้อย เลยอาจจะห้าวไปบ้าง แต่อย่างนึง ต้องดูให้แน่ใจว่า  ไม่มีผู้ร่วมถนน จะมาเดือดร้อนด้วยครับ

โดยสรุป  ขณะที่อยู่ในโค้ง ต้อง balance คันเร่ง พวงมาลัย และเบรค (ในบางครั้ง) ไปพร้อมๆกันด้วย

ที่ว่ามานี้ ใช้ได้ทั้ง เกียร์ออโต้ และ เกียร์ธรรมดาครับ ลองประยุกต์ใช้ดู


ท่านอื่นๆ ที่มีประสปการณ์เชิญ แบ่งปันครับ ไม่ว่าจะเป็น เกียร์ออโต้ หรือ เกียร์ manual ก็ได้ครับ

ck

« Last Edit: January 30, 2010, 11:48:44 AM by ck »

Offline f_feb

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 231
    • View Profile
    • Email
เล่าซะเห็นภาพเลยครับ  แล้วจะไปลองทำครับพี่ แต่ไม่มีรถที่เป็นเกียร์ออโต้ให้ลองนะซิ

พี่เป้าต้องลองขับให้ดูแล้วหละครับ  แต่ไม่เอาแบบตอนเข้าโค้งที่บางกรวยนะครับ  มันเสียว อิอิ

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,293
    • View Profile
    • Email
เกียร์ ออโต้ - เกียร์ manual มีพื้นฐานการขับแบบเดียวกัน ประยุกต์ใช้กันได้

ck

Offline Mr.bank

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • ไม่แรง..แต่แซงยาก
    • View Profile
    • Email
เห็นภาพเป็นขั้นตอนเลยคับบ.....5555

เก็บเกี่ยวความรู้ทีละนิดละน้อยย....ขอบคุณพี่พี่มากกค๊าบบ

: ))

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #19 on: February 01, 2010, 08:55:56 PM »
การเล่นกับเกียร์ออโต้ต้องสังวรณ์ระวังให้ดีด้วยครับ เพราะตัวถ่ายทอดกำลังจากปลายฟลายวิลไปสู่เพลากลางใช้ fluid เป็น viscus coupling ร่วมกับ torque convertor ไม่ใช่ถ่ายทอดด้วยเฟืองเกียร์โดยตรงเหมือนกับเกียร์ธรรมดา ดังนั้นเมื่อมีแรงกดและแรงบิดมหาศาลจากการเปลี่ยนจากตำแหน่ง D ข้ามไป 3-2-1 แบบกระทันหันจะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนน้ำมันเกียร์เปลี่ยนสถานะเป็นไอ (ใหม้) แผ่นคลัทช์ทำงานหนักจนเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติครับ ผู้ผลิตจะไม่แนะนำให้ผู้ขับขี่โยกเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถเคลื่อนที่ยกเว้นกรณีจำเป็นจริงๆหรืออยู่ในจังหวะที่ไม่ใช้ความเร็วสูงเกินไป ต่อมาระบบเกียร์ออโต้รุ่นใหม่ๆนำเทคโนโลยีสมองกลร่วมกับระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วย ทำให้มี mode ที่สามารถขับได้เหมือนเกียร์ธรรมดา เช่น tiptronic และ steptronic SMG

ถ้าอยากขับแบบ racing หรือเอาเบาะๆแบบ performance driving หันมาใช้เกียร์ธรรมดาดีที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์เดิม 4 จังหวะหรือว่า degleg หรือว่า close-ratio จะถ่ายทอดแรงม้าและแรงบิดได้อย่างสมบูรณ์ในทุกจังหวะ
« Last Edit: February 02, 2010, 04:04:40 PM by bmw fascination »

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,293
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #20 on: February 02, 2010, 05:21:43 PM »
ตามที่พี่โอว่ามา เป็นเรื่องที่ทุกท่านต้องพึงระลึกครับว่า ความสึกหรอต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากเราใช้เกียร์ออโต้ แบบผิดวิธี เพียงแต่ว่า เราอาจลดความสึกหรอลงได้บ้าง ถ้าเราใช้วิธีที่ compromise เช่น เลือกจังหวะเกียร์ที่เหมาะสมกับความเร็วในขณะนั้น และ มีความเข้าใจการทำงานภายในของเกียร์ออโต้พอสมควรก็ "พอจะ" ประคองให้เกียร์มีความสึกหรอที่น้อยลงได้บ้าง (แต่ยังสึกหรออยู่)

ดังนั้น ถ้าจะขับรถเกียร์ออโต้แบบนี้ ก็เตรียมใจรับความสึกหรอไว้ได้เลยครับ

การเปลี่ยนเกียร์ออโต้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีที่ผมว่ามานั้น ใช้เมื่อคิดว่าเหมาะสมกับจังหวะและเวลาในขณะนั้น อย่าไปใช้พร่ำเพื่อ ก็พอจะทำให้ใช้รถได้อย่างหลากหลายขึ้น แล้วเราจะพบว่า เกียร์ออโต้ก็ขับสนุกได้หมือนกัน

:)

ck

Offline nuabkung

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 619
  • TWINS TRUST's mufflers
    • MSN Messenger - nuabkung@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #21 on: February 02, 2010, 08:04:07 PM »
 :P :P ดีนะเกียร์ผมลูกละ 2500 อุอุ
เบื่อกับสีโลโก้แตก ซีด ซื้อใหม่แพงจัด บริการทำสีโลโก้ ราคาประหยัด รับประกันงานสีนาน6เดือน  คลิก!!

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #22 on: February 02, 2010, 09:00:44 PM »
นวบถึงจะลูกละ 2500 ถ้าเสียบ่อยๆก็หลายตังค์นะจะบอกให้ ได้ข่าวว่าเกียร์ J ค่อนข้างเปราะซะด้วย

เกียร์ ZF 4HP22 ของ BMW ถ้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ถือได้ว่าขับสนุกน้องๆเกียร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ไม่จุกจิกถ้าไม่ไปตุกติกกับมัน (เข้า D แล้วรีบกดคันเร่งสุด หรือชิฟท์เกียร์เล่นไปมา) เปลี่ยน (fulsh) ตามระยะช่วยยืดอายุเกียร์ไปได้อีกหลายปีครับ


Offline arche555

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 545
    • View Profile
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #23 on: February 02, 2010, 10:44:42 PM »

เพิ่มเติมเรื่องเกียร์อัตโนมัติสักเล็กน้อยครับ…

เกียร์อัตโนมัติจะสามารถทำงานได้ต้องอาศัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ทำหน้าที่เป็นตัวส่งถ่ายกำลัง เปรียบเสมือนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงชุดเกียร์ทั้งระบบ

ไล่ตั้งแต่เมื่อเราสตาร์ทเครื่องยนต์ น้ำมันเกียร์ในอ่างจะถูกปั๊มให้เข้าสู่ชุดทอร์คคอนเวอเตอร์(อยู่บริเวณหัวหมูเกียร์) เพื่อเป็นการเพิ่มแรงบิดในเบื้องต้นและส่งถ่ายแรงขับน้ำมันเกียร์ในชุดทอร์คคอนเวอเตอร์ ไปยังชุดคลัตช์และชุดเฟืองเกียร์ตามลำดับ โดยมีชุดสมองเกียร์(อยู่เหนืออ่างน้ำมันเกียร์) เป็นตัวควบคุมการทำงานอีกทีหนึ่ง

อันที่จริงชุดเกียร์อัตโนมัติที่เรา ๆท่าน ๆใช้กันอยู่จะมีชุดเฟืองที่ใช้ปรับเปลี่ยนอัตราทด เรียกว่า Planetary Gear Set (ยกเว้นแบบCVTซึ่งใช้สายพานแทน)

ชุดเฟืองในเกียร์อัตโนมัติจะเป็นเซตเดียวกันทั้งหมด แต่ว่าจะมีกี่เซตขึ้นอยู่กับจำนวนเกียร์และการออกแบบในแต่ละรุ่น โดยที่ชุดเฟืองเกียร์จะไม่ขบกันเป็นคู่ ๆเหมือนเกียร์ธรรมดา (ยกเว้นเกียร์อัตโนมัติของ ฮอนด้า)

Planetary Gear Set จะรวมทุกอัตราทดเกียร์ตั้งแต่เกียร์ 1 ยันเกียร์สุดท้าย รวมทั้งเกียร์ถอยหลังเอาไว้ ควบคุมและปรับเปลี่ยนอัตราทดโดยชุดสมองเกียร์ (Valve Body) สั่งการไปยังชุดคลัตช์โดยอาศัยแรงดันของน้ำมันเกียร์ในระบบไปดันชุดคลัตช์ให้ยึดจับซึ่งจะไปบังคับชุด Planetary Gear Set ให้ปรับเปลี่ยนอัตราทดอีกทีหนึ่ง และส่งกำลังไปยังเพลาขับในที่สุด

มีรูปประกอบครับ ซึ่งเป็นชุดเกียร์อัตโนมัติ 7 speed ที่ใช้ในรถบรรทุกขนาดใหญ่(หาดูยาก) หลักการทำงานเบื้องต้นแบบเดียวกับรถเล็ก

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,293
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #24 on: February 02, 2010, 11:49:08 PM »
ตั้ม arche555 นานๆมาที

คราวนี้มาพร้อมกับข้อมูลเชิงวิชาการดี (อีกแล้ว)   :)  ขอบคุณนะตั้มมมม...

ck

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
Re: ทดสอบสมรรถะรถอย่างปลอดภัย
« Reply #25 on: February 03, 2010, 08:57:06 PM »
จากเลคเชอร์ของตั้ม กำลังบอกเป็นนัยๆว่าดูแล transmission fluid ให้ดีเพราะเป็นด่านแรกในการถ่ายทอดกำลังไปสู่ชุด planetary gear set ดังนั้นแรงดันในห้องเกียร์ต้องได้ระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ ไม่งั้นเกียร์จะทำงานผิดปกติ ไล่ตั้งแต่เกียร์เปลี่ยนกระชาก เกียร์จับไม่สนิทมีอาการลื่น ไปจนถึงอาการหนักคือไม่ถ่ายทอดกำลังครับ เยี่ยมมากครับตั้ม