ยังไม่ขมวดปมสักที นึกได้ว่าถึงเวลามิชฉิมกฐามาเลเซียทริปช่วงวสันตฤดูน่าจะเหมาะ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของมาเลย์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Protron, perodua แนวซิตี้คาร์วิ่งกันเกลื่อนถนน แถมผลิตน้ำมันใช้เองได้ (Petronas) ทำให้ต้นทุนการใช้รถถูกลงมาก นั้นเป็นจุดแข็งของประเทศมาเลย์ครับ แต่อย่ากระพริบตาครับเพราะเทคโนโลยีเริ่มเปลี่ยนทางแล้ว พระเอกขี่ม้าเขียวเริ่มโผล่เข้ามาในอุตสาหกรรมรถยนต์ E-car ที่ไม่ใช่ Eco-car เข้ามาเบียดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันและแก็สธรรมชาติ ยังไม่รวม Hydrogen power ที่มีโอกาสเกิดมาก งานนี้เตรียมพับเก็บรถใช้น้ำมันขึ้นหิ้งไว้เป็นของหายากได้ (ช่วง 10 ปีต่อไป)
เมืองไทยเราก็ป็อปปูล่าในสายตาชาวมาเลย์ ไม่ว่าจะเป็นหาดใหญ่มาจนถึงกรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ ช่วงเหตุการณ์พฤษภาคมที่ผ่านมาข่าวความรุนแรงของการขอคืนพื้นที่ดังขนาดที่เจอหน้ากันเป็นถูกถามว่า สถานการณ์ที่กรุงเทพฯเป็นอย่างไรบ้าง เพราะภาพที่ปรากฎตามสี่อดูน่ากลัวเกินจริง ผมต้องอธิบายว่าเหตุการณ์คลี่คลายเป็นปกติแล้ว ทำให้พอจะอนุมานได้ว่าหากบ้านเรามีปัญหาจะมีผลกระทบต่อการค้าในภูมิภาคเป็นอย่างมาก นั้นหมายถึงว่าภาคการผลิตและส่งออกของไทยโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภคของเราเป็นที่ต้องการอันดับต้นๆ ต้องขอชมความสามารถของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจนักลงทุน แรงงานทั้งมีฝีมือและทั่วไปที่สร้าง brand ให้ทั่วโลกยอมรับ ผมนั่งทานอาหาร นั่ง(ยืนโหน)รถไฟฟ้า เดินช็อปไปก็หาเรื่องเปรียบเทียบกับบ้านเราอดภูมิใจในความเป็นไทยไม่ได้ อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเท่าบ้านเราครับ (มีทุกอย่างให้เลือก ที่สำคัญคือความเป็นอิสระเสรีมากๆ)
ผมเพิ่งทราบมาว่ารถ BMW ที่ชาวมาเลย์ขับขี่กันนั้นมาจากสายพานการผลิตโรงงานที่ ระยอง ครับ กล่าวได้ว่า BMW Thailand เป็น gateway ส่ง serie 3-5-7 X 3-5-6 ไปทั่วทั้งเอเซียและใกล้เคียง พูดแล้วอดนึกถึงช่วงที่พา Ullie กับเป้าไปทำตัวเป็น spy shot หน้าโรงงานที่ระยอง อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ไปยืนหน้าโรงงานที่มีมาตรฐานเทียบเท่าเยอมันครับ