google anylytics code

Author Topic: ทำไมยังจะต้องขับรถไล่เขม่ากันอีกฟะ  (Read 824 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
สมัยก่อนเคยอ่านนิตยสารกรังปรีซ์เล่มคู่มือรถประจำปี 2504-6 เล่มเล็กขนาดพ็อกเก็ตบุ๊คส์ ยุคนั้นมีข้อมูลรถเก๋งซีดานไปจนรถสปอร์ตหรูๆ Jaguar E-type , Merc 280 SL, Lotus Elan, Ford Marcos Mantula, Alfa GTV spider และอีกมากมายที่รูปร่างรถทั้งสวยและเซ็กซี่ด้วยเส้นสายอ่อนช้อย แต่...ความที่รถสปอร์ตแต่ละคันในยุคนั้นจ่ายน้ำมันด้วยคาร์บให้กับเครื่อง V6 แถมปริมาตรความจุก็เกิน 2000 CC ขึ้นไปจรดเพดาน 3000 CC ปัญหาที่เจ้าของรถสปอร์ตหรูเจอกันบ่อยคือ เครื่องเดินเบาไม่เรียบ เขม่าปลายท่อสีดำหนา ทั้งๆที่มีการซ่อมบำรุงตามระยะและขับกันแบบทะนุถนอม

ลองมาดูคำตอบของช่างเทคนิคในยุคนั้นวิเคราะห์ เครื่องยนต์สมรรถนะสูงในยุคนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานเต็มสมรรถนะ แต่เมืองไทยมีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างจากยุโรป ไม่ว่าภาวะอากาศที่ร้อนชื้น สภาพการจราจรที่ติดขัด น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่ามาตรฐาน ผลก็คือ เขม่ามาเยือนครับ แล้วทำไงดีล่ะ

ปรมาจารย์ด้านเครื่องยนต์จะตอบเป็นเสียงเดียวกันครับ คุณขับรถออกนอกเมือง กินลมชมวิว ใช้ความเร็วรอบที่สูงขึ้น ความเร็วเดินทางที่สูงขึ้น ปรากฎว่าได้ผลครับ พอวิ่งกลับมาเครื่องยนต์เดินเรียบ ปลายท่อเป็นสีน้ำตาลนวลแห้ง มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในเวลาเดียวกันครับ เหตุผลทางวิทยาศาสตร์คือ อุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงขึ้นแต่มีความสม่ำเสมอ อัตราส่วน AF ratio ได้ใกล้เคียงตามที่ออกแบบในอุดมคติ เครื่องยนต์สามารถ produce HP and torque ได้ตามที่ออกแบบไว้

ใครจะเชื่อครับวิธีการเดียวกันสามารถเอามาใช้กับรถรุ่นใหม่ๆที่ใช้เทคโนโลยี Diesel EFI และมันก็เกิดขึ้นแล้วกับรถของแฟนผม Trooper SE 3.0 DDi commonrail direct injection ที่เป็น commonrail ใน gereration 2 ที่ถือว่ามาตรฐานไอเสียระดับ Euro II ที่ปลายท่อมีเขม่าดำหนาจับเขลอะ เวลากดคันเร่งเร็วๆมีเขม่าออกมาเป็นลูก เห็นแล้วรับไม่ได้ครับ เพราะปกติ Trooper รุ่นที่ขายในอเมริกาต้องผ่านมาตรฐานไอเสียของอเมริกาเข้มงวดมากแบบสบายๆ แต่ทำไมเอามาใช้งานในเมืองไทยถึงมีเขม่ามากมาย เครื่องยนต์ยังอยู่ในสภาพดีมาก ใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานดีอย่าง V-power ในที่สุดตัดสินใจเอารถไปเช็คที่ อู่มาตรฐานสูงที่เชี่ยวชาญระบบหัวฉีดดีเซลที่กาญจนบุรี และก้ได้รับคำตอบแบบเส้นผมบังภูเขาจริงกลับมาครับ  
« Last Edit: August 21, 2010, 10:38:17 PM by ck »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ไปถึงอู่นพดีเซลแต่เช้ายังไม่มีรถเข้ามารับบริการ เจ้าของอู่ออกมาต้อนรับเป็นกันเองดีครับ ผมเล่าปัญหาให้ฟังแกขอเอารถออกไปลองขับโดยผมนั่งไปด้วย แกลองเร่งความเร็วให้เกียร์ออโตเปลี่ยนกระชับขึ้น ทุกครั้งที่กดคันเร่งเป็นต้องเห็นควันดำโชยออกมาประจาน DDi ให้ขายหน้าเล่น แกถามว่าปกติขับรถแบบไหน ใช้ความเร็วเดินทางระดับไหน ผมพอจะให้คำตอบเบื้องต้นไปว่า แฟนผมขับรถไม่เร็วใช้ความเร็วบนทางหลวงไม่เกิน 90-100 กม./ชม. แกถึงบางอ้อ

มาถึงอู่ไล่เช็คกรองอากาศที่เริ่มสกปรก หลังจากเปลี่ยนสายพานเพลาราวลิ้นตามระยะ 100000 กม. สายพานหน้าเครื่องทุกเส้น แก lecture ให้ฟังถึงระบบการจ่ายน้ำมันแบบ commonrail direct injection รุ่นที่ใช้งานใน Trooper รุ่นนี้ว่าตัวฝาสูบอลูมิเนียมที่แบ่งเป็นสามชั้น ความซับซ้อนของการออกแบบฝาสูบที่ให้สมรรถนะที่สูงแต่ต้องการบำรุงรักษาที่ดีด้วย โอริงที่ทำหน้าที่กั้นของเหลวแต่ละชั้นมีอายุการใช้งานตามระยะและการดูแลรักษา ทั้งคุณภาพน้ำมันเครื่อง ทั้งน้ำหล่อเย็นที่ต้องสะอาด ไปจนถึงน้ำมันดีเซลที่สะอาดไม่มีการปน B5 ซึ่งถ้าเล็ดลอดเข้ามาในระบบจ่ายน้ำมันเมื่อไหร่เป็นต้องมีปัญหาเมื่อนั้นครับ ใครจะไปเชื่อว่าน้ำมันดีเซลที่โฆษณาว่าดีแต่เมื่อไปเติมตามปั๊มท์หัวเมือง ปรากฎว่ามีการผสม B5 ลงไป ทำให้หัวฉีด EFI ของดีเซลรุ่นใหม่ๆพังกันเป็นแถว

ใครที่หันมาใช้ 320d 520d0 730d ระวังกันหน่อยนะครับ ถ้าน้ำมันดีเซลมีการปนเปื้อนไม่ได้มาตรฐาน รับรองได้ครับไม่นานเริ่มมีเขม่าออกโชยมา ไล่ไปจนออกเป็นลูกและที่แย่ที่สุดคือปั๊มท์ commonrail และหัวฉีดเริ่มมีปัญหาจ่ายละอองน้ำมันไม่เป็นฝอยละเอียดตามมาตรฐาน
« Last Edit: August 21, 2010, 10:38:10 PM by ck »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
หลังจากเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอตามระยะแล้ว ช่างได้ล้างท่อไอเสียที่เขม่าตกค้างตามหม้อพักด้วยน้ำประปา พอลองเร่งเครื่องคราวนี้ไม่มีเขม่าที่ปลายท่อให้เห็นครับ เครื่องเดินเรียบ เจ้าของอู่ขับออกไปลองรอบที่สองเห็นได้ชัดว่าไม่มีเข่มาให้เห็น ส่วนหนึ่งคือระบบอากาศไหลเวียนเข้าห้องเผาไหม้ได้ดีมากขึ้น เครื่องยนต์ถูกใช้งานที่รอบการทำงานที่สูงขึ้นตามความเร็วที่ควรใช้ (ระดับ 110-120 กม./ชม.)

จากเดิมที่คาดว่าปัญหาควันดำอาจเกิดมาจากระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นแรงดันในราง commonrail ผิดปกติ ไปจนถึงหัวฉีดสกปรก โอริงปลอกหัวฉีดรั่ว ซึ่งปกติที่อู่แห่งนี้จะใช้เครื่องมือวิเคราะห์สภาพเครื่องยนต์ Tech 2 ที่ใช้โปรแกรมตรวจวัดและระบุปัญหาจากระบบที่มีข้อผิดพลาด ร่วมกับประสบการณ์ของช่างที่ชำนาญงานด้านนี้มาก ก่อนกลับได้ความรู้ระบบเครื่องยนต์ 4JX-1TX ของ Trooper ที่แม้จะออกมานานร่วม 10 ปีแต่มีประสิทธิภาพที่ไม่ล้าสมัย และทนทานกว่าระบบ EFI รุ่นใหม่ๆ รวมทั้งมีสมรรถะที่จัดจ้านพอตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ใช้ความเร็วรอบค่อนข้างต่ำติดต่อกันนานๆ ไม่หาโอกาสเร่งเครื่องยนต์ให้รอบเปลี่ยนเกียร์ที่สูงขึ้น และความเร็วเดินทางที่ต่ำทำให้ห้องเผาใหม้มีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ การเผาไหม้เชื้อเพลิงจึงมีเขม่าตกค้างสะสมในท่อไปเสียมากขึ้นๆจนสกปรกไปทั้งระบบ การขับรถที่ใช้ความเร็วเดินทางที่เหมาะสมให้รอบเครื่องยนต์ได้กวาดไปทางขวามากขึ้นช่วยทำให้ปัญหาเขม่าในห้องเผาใหม้ลดลงจนสะอาดขึ้นครับ

สัปดาห์นี้คุณไล่เขม่าเครื่องยนต์บ้างหรือยัง ถ้ายังลองหาโอกาสขับรถเล่นชานเมืองบ้างนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าหลังจากใช้ความเร็วต่อเนื่องในระดับ 110-120 กม./ชม. ช่วยทำให้รถคุณกระชับกระเฉงขึ้น เขม่าปลายท่อลดลงๆจนสะอาด เครื่องยนต์ BMW ล้วนแล้วแต่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ความเร็วรอบที่สูงขึ้นเพื่อดึงแรงม้าและแรงบิดออกมาใช้งานได้มากขึ้น ขอให้ใช้รถเต็มสมรรถนะอย่างมีความสุขครับ   
« Last Edit: August 21, 2010, 10:56:40 PM by bmw fascination »

Offline White Shark

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 458
    • View Profile
    • Email
ได้ความรู้อีกแล้ว ขอบคุณครับพี่โอ  ;D ;D ;D

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
มาแชร์ประสบการณ์ครับ เทคนิคบางอย่างสามารถนำมาใช้ในการขับขี่ร่วมกันได้ บางครั้งความเคยชินในการขับขี่ทำให้สมรรถนะของรถที่ออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูง กลับด้อยลงได้โดยนึกไม่ถึง เพราะมัวแต่คำนึงถึงความประหยัดอย่างเดียว อุณหภูมิในห้องเผาไหม้ที่ไม่ได้ระดับที่กำหนดไว้ทำให้เกิดเขม่าตกค้างสะสม ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองและมลพิษได้ครับ การขับขี่โดยใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพการจราจรช่วยทำให้เราใช้รถได้เต็มสมรรถนะครับ

Offline WoodyE21

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 57
  • LOVE e21 มากมายนะ
    • MSN Messenger - pe.de_de@hotmail.com
    • Yahoo Instant Messenger - woody_bmw320@yahoo.com
    • View Profile
จริงเลยครับ ผมเองประสบมากับเจ้าE21 ของผมเองเลยสมัยเมื่อขอถอยหลังไปสัก 2-3 ปีนะ เจ้าE21 ของผมนี่จะใข้ออกตจว.บ่อยมากเพราะนั่งสบายกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ มาระยะหลังนี้ตัวผมไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเกี่ยวกับกระเป๋าสะตังค์ซะเท่าไหร่เลยงดการเดินทางไปเลยครับ เครียดดดดดน่ะ ตอนนี้กะลังพยายามอดออมก่อนออกศึกอีกครั้งนะครับ มาเข้าเรื่องเลยดีกว่ารถผมนี่ถ้าวิ่งตจว.ที่ความเร็วโดยประมาณ 110-120 กม.ต่อ ชม. นั้นยอมรับว่าพอขับรถกลับกทม.จะรู้สึกทัทีว่าเครื่องยนต์เดินเรียบไม่วูบๆวาบๆ เลยนิ้งๆ เลยนะขอบอกทุกๆท่านครับ คือยังไงล่ะก็อยากไปขับรถเที่ยวบ้างว่างั้นเถอะนะครับแล้วจะเห็นผลแน่นอนครับ   :D
LOVE_BMWE21 นะครับชอบปากฉลามอ่ะ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,537
    • View Profile
    • Email
ส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้รถเก่าจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวรถว่าสามารถขับทางไกลโดยไม่มีปัญหาหรือไม่ กลัวจะไปเสียกลางทางบ้าง กลัวสมรรถนะไม่พอที่จะใช้ความเร็วเร่งแซงรถข้างหน้าบ้าง ผมเองก็เคยกังวลเวลาที่ใช้รถเก่าเดินทางไกลครับ แต่อาศัยพอมีความรู้ด้านเครื่องยนต์บ้าง และบำรุงรักษารถตามวงรอบการใช้งาน ชิ้นส่วนไหนที่เริ่มถึงระยะหรือมีอาการส่งสัญญานก็รีบเปลี่ยน ทำให้การขับขี่มีความมั่นใจขึ้นและได้สมรรถนะของรถเต็มตามที่ต้องการ  ยิ่งระยะหลังมีโอกาสเดินทางไปสำรวจเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวเก็บไว้เป็นข้อมูล ไปไร่ที่ปากช่อง บางทริปขับไปถึงชายแดนไทยพม่าแบบลุยเดี่ยวครับ เดินทางทั้งกลางวันไปจนถึงกลางดึกก็มี ดังนั้นสมรรถนะของรถจึงจำเป็นอย่างยิ่งครับ

ถ้าเข้าใจในระบบเครื่องยนต์ของแต่ละ serie จะพบว่ามีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน เช่น  E21 ที่แม้จะมีอายุอานามร่วม 25 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่วางเครื่องเดิม M10 คาร์บ solex หรือ pieburg ไล่ไปจนรุ่นคาร์บไฟฟ้า จะมีปัญหาเดินเบาไม่นิ่งไปจนถึงเบาดับครับ แต่เล่นไม่ยากครับขอให้เข้าใจในระบบทางเดินน้ำมันที่ต้องสะอาดและระบบอากาศที่ไวต่อฝุ่นขนาดเล็กที่มีโอกาสทำให้ระบบ ventury เดินเบาอุดตัน และระบบลูกลอยน้ำมันที่ตั้งระดับไม่ดีทำให้จ่ายน้ำมันไม่สม่ำเสมอ ถ้าช่างมีประสบการณ์สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุและแก้ไขได้ตรงจุด ระบบคาร์บไม่ใช่ระบบที่ล้าหลังจนเกินไปจนคบไม่ได้ เพียงแต่การจ่ายน้ำมันแบบ analog ไม่ใช่ digital จึงทำให้ไอดีอาจหน้าไปบ้างในแต่ละรอบเครื่องดังนั้นจึงต้องการการปรับตั้งที่ตรงตามสเป็คและตามระยะเวลาที่กำหนด อาจดูน่าเบื่อหน่อยแต่ได้อารมณ์ของความดิบ เสียงดูดอากาศที่ลิ้นรอบกลาง-สูงเปิดจ่ายน้ำมัน มันไพเราะเสนาะหูที่หาไม่ได้จากระบบหัวฉีดไฟฟ้า และอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ตามแรงกดของเท้าขวา

วู๊ดดีถือว่าโชคดีครับที่อย่างน้อยได้เคยมีโอกาสพา E21 สุดรักไปสัมผัสทางหลวงแผ่นดินในระดับความเร็วที่เหมาะสม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ M10 ที่ออกแบบมานานร่วม 50 ปี จะมีสมรรถนะโดดเด่นแม้จะไม่มีแคมแยะ วาล์วเยอะก็ตาม ถ้าเครื่องสมบูรณ์ๆกดไปต้องมี 160 กม./ชม.แบบไม่ต้องลุ้นครับ ข้อสำคัญคือความอึดที่เหนือชั้น ไม่มีงองแงเวลาต้องกดแช่ยาวๆ ถ้ากลัวค่าน้ำมันก็หันมาติดแก๋สแบบดูดก้ได้ครับ

ใครไม่เคยลองขับ E12 E21 E28 ออกไปนอกเมือง คราวหน้าเตรียมรถให้พร้อม พาคนที่คุณรักออกไปกินลมชมวิวแบบเช้าไปเย็นกลับ หาประสบการณ์ดีๆให้ชีวิต แล้วจะรู้ว่า BMW คือความสุนทรีย์ภาพของการเดินทางที่เหนือชั้นครับ