ตำนานอันยิ่งใหญ่ของ BMW E12 ALPINA


ถ้าจะนึกถึงสำนักแต่ง BMW ที่มีชื่อเสียงสักแห่งหนึ่ง ALPINA มักจะเป็นชื่อแรกที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นชื่อแรก ALPINA ประสปความสำเร็จอย่างสูงในแวดวงการแข่งรถในอดีต ด้วยความโดดเด่นของเครื่องยนต์ที่มีกำลังแรง กินน้ำมันน้อยและทนทาน
Burkhard Bovensiepen ได้ก่อตั้ง บริษัท Burkhard Bovensiepen kg ขึ้นในปี 1965 เพื่อเป็นสำนักแต่งรถยนต์อิสระ ซึ่งต่อมา เค้าได้เปลี่ยนชื่อเป็น ALPINA 5 ปีต่อมาในปี 1973 บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมาก กับเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง กินน้ำมันน้อย มีจำนวนพนักงาน สูงถึง 90 คนซึ่งไม่ธรรมดาเลยในขณะนั้น
โลกในยุคนั้นตกอยู่ในช่วงวิกฤตน้ำมัน มีผลกระทบอย่างแพร่หลายรวมถึง ALPINA ด้วย แต่พนักงานทั้ง 90 คนยังคงสภาพการทำงานในบริษัทได้อยู่ เนื่องเพราะความ สามารถ และความรู้ในการปรับแต่งรถยนต์อย่างมีศิลป ALPINA ให้ความสนใจพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กของ BMW ทำให้พวกเค้า สามารถผลิตรถยนต์ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองต่ำ จนกระทั่งผ่านพ้นช่วงวิกฤตแล้ว ALPINA ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาสมรรถนะเครื่องยนต์ไปถึง เครื่องยนต์ 6 สูบขนาดใหญ่ และประสบความสำเร็จอย่างมากในรุ่น BMW 525 และ BMW 528
ในปี 1978 ALPINA ได้เปลี่ยนตัวเองจากสำนักแต่งรถอิสระมาเป็น บริษัทที่ผลิตรถยนต์ BMW รุ่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถ BMW ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ด้วยอุปกรณ์พิเศษของ ALPINA
ต้นปี 1973 BMW ได้ออกซีรี่ยส์ 5 ตัวแรกอันได้แก่รุ่น 520i ในรหัส E12 เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนอง ผู้ขับขี่ด้วยความสะดวกสบาย และมุ่งมั่นเพื่อให้เป็นรถที่มี ความรวดเร็วและมั่นคงในการขับขี่ เป็นรถที่ผู้ขับจะได้รับสมรรถนะและเพลิดเพลินในการขับขี่ โดยไม่พบปัญหาในระหว่าง การขับขี่ ด้วยกำลัง 130 แรงม้าจากครื่องยนต์ M10 4 สูบหัวฉีดกลไก
BMW 520i เป็นรถซีดานที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากซึ่งมีผลต่อสมรรถนะด้านความเร็ว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม.ได้ในเวลา 11 วินาที ในขนะที่ BMW ได้เตรียมการออกแบบเครื่องยนต์ 6 สูบขนาดใหญ่ 2.5 ลิตร เพื่อมาแทนที่เครื่องยนต์ M10 ตัวนี้ อาณาจักร ALPINA ของ Mr. Bovensiepens ก็กำลังเตรียมการบางอย่างเพื่อ E12 ไปพร้อมๆกัน
ข้อด้อยของเครื่องยนต์มาตรฐานของ BMW 520i ตัวนี้ก็คือ ขนาดของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไม่เหมาะสม Mr.Bovensiepens ผู้ก่อตั้งบริษัท ALPINA ได้พัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบของ 520i โดยผสมผสานเข้ากันกับระบบหัวฉีดกลไกของ Kugel Fischer และได้แก้ปัญหาการทำงานของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไม่ เหมาะสมของระบบเดิมให้หมดสิ้นไป ไม่เฉพาะระบบการจ่ายน้ำมันเท่านั้นที่แตกต่าง ALPINA ยังได้พัฒนาระบบดูดไอดีให้เหนือกว่าเครื่องยนต์เดิมของ BMW อีกด้วย
การแบ่งรหัสรุ่นของ ALPINA นั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามพื้นฐานของเครื่องยนต์ 4 สูบ และ 6 สูบ ตามลำดับ ดังนี้
ประเภท A series ได้แก่ รถที่ใช้ เครื่องยนต์ 4 สูบ M10
ประเภท B series ได้แก่ รถที่ใช้ เครื่องยนต์ 6 สูบบล๊อกใหญ่ M30 ขึ้นไป
ประเภท C series ได้แก่ รถที่ใช้ เครื่องยนต์ 6 สูบบล๊อกเล็ก M20
ALPINA A4

ไม่เพียงแต่จะสะดุดตาผู้คนที่พบเห็นบนถนนเท่านั้น ในงาน Geneva salon, © SPORT CAR WORLD เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1973 ALPINA ได้นำเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงโดย ALPINA เองจากรุ่นที่วางใน 2002 tii ขนาด 1990 cc 4 สูบ มาใส่ในในตัวถัง E12 ตั้งชื่อรุ่นเป็น BMW ALPINA A4 ด้วยเหตุนี้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเครื่องยนต์ตัวใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
สมรรถนะ : ด้วยกำลัง 155 แรงม้า ที่ 6,600 rpm.ได้มาจากฝาสูบและระบบหัวฉีดที่มีการดูดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบแยกเฉพาะ แต่ละพอร์ทผ่านระบบกรองอากาศที่ออกแบบเป็นพิเศษ ส่วนผสมของอากาศและน้ำมันที่สมบูรณ์จะถูกส่งเข้าสู่ลิ้นปีกผีเสื้อที่แยกออกเป็นอิสระ ทั้ง 4 ลิ้น เพื่อจ่ายไอดีให้แต่ละสูบโดยตรง ข้อดีที่ได้รับก็คือ การเผาไหม้ที่สะอาดและเอื้อประโยชน์ให้มากขึ้นในการคายไอเสีย มีผลทำให้อัตราการสิ้นเปลืองของเชื้อเพลิงลดลง ความเร็วสูงสุดสามารถทำได้ถึง 210 กม./ชม.
ระบบเครื่องยนต์ : ALPINA ซ่อนเทคนิคการปรับแต่งชั้นสูงจากสายตาผู้คน ด้วยการ Modify เครื่องยนต์จากภายใน ด้วยก้านสูบที่ขัดมัน และ balance น้ำหนักให้เท่ากันทั้ง 4 ใช้ลูกสูบที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยวัสดุ forged iron ห้องเผาไหม้ก็ได้รับการปรับปรุง และใช้สปริงวาล์วที่แข็งขึ้นเพื่อให้เปิดปิดได้ทันเมื่อเครื่องหมุนที่รอบสูง

เครื่องยนต์ BMW 520i เครื่องยนต์ ALPINA A4
ระบบเบรก : ALPINA ได้ติดตั้งจานเบรคแบบเจาะรูระบายความร้อน ในด้านหน้า ส่วนในด้านหลังยังคงเป็นดรัมเบรก แต่ได้เปลี่ยนผ้าเบรคเป็นแบบที่มีคุณสมบัติการยึดจับสูงเป็นพิเศษ
ระบบช่วงล่าง : ใช้ BILSTEIN shock absorber และสปริง ที่ออกแบบเป็นพิเศษ โดยความสูงของรถจะเตี้ยลง 33 mm. จากรถเดิมๆ ล้อใช้ขนาด 7 x 14 ร่วมกับยาง DUNLOP Sport Super ขนาด 195/60 VR 14
การบังคับควบคุม : ให้ความรู้สึกออกมาค่อนข้าง understeer ไปจนถึงความเป็นกลาง ช่วงล่างไม่แข็งกระด้างมากนัก จึงไม่สูญเสียความสะดวกสบายเวลาขับขี่ในชีวิตประจำวัน
ภายใน : เบาะนั่งด้านผู้ขับขี่ เป็น bucket seat ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ผลิตโดย SCHEEL มี side support เพื่อความกระชับ ไม่ลื่นไถล เวลาเข้าโค้งแรงๆ พวงมาลัยเปลี่ยนเป็นสามก้านขนาดกระชับมือ เมื่อผนวกกับยางหน้ากว้างและช่วงล่างที่หนึบแน่นขึ้น ผลที่ได้รับก็คือ การบังคับควบคุมบนถนนที่แม่นยำ
Scheel seat
specifications เปรียบเทียบ กับ 520i
Motor |
|
BMW 520i |
ALPINA A4 |
ALPINA A5 |
Zylinder/Ventile |
|
4/2 |
4/2 |
4/2 |
Hubraum |
cm³ |
1990 |
1990 |
1990 |
Hub/Bohrung |
mm |
80/89 |
80/89 |
80/89 |
Nennleistung/Nenndrehzahl |
kW (PS)/1/min |
95,6 (130)/5800 |
114 (155)/6600 |
k. A. |
Max. Drehmoment/Drehzahl |
Nm/1/min |
181/4500 |
205/5000 |
k. A. |
Spezifische Leistung |
kW (PS)/Liter |
47,8 (65) |
57,2 (77,8) |
k. A. |
Verdichtung |
: 1 |
9,5 |
10,0 |
k. A. |
|
|
|
|
|
Fahrleistung |
|
|
|
|
Höchstgeschwindigkeit |
km/h |
183 |
210 |
k. A. |
Beschleunigung 0-100 km/h |
s |
11,1 |
8,8 |
k. A. |
Stehender Start 0-1000 m |
s |
31,8 |
29,5 |
k. A. |
ราคาของ ALPINA A4 ในปี 1973 หน่วยเงินตราเป็น มาร์ค
| Preise (1973) |
Basisversion
ALPINA A4 |
ALPINA A4 |
Grundpreis BMW 520i (ab Werk) |
16.500,- |
16.500,- |
ALPINA-Einspritzmotor 155 PS (im Tausch) |
3.330,- |
3.330,- |
Bilstein-Fahrwerk incl. Bremsen vorn (innenbelüftet) |
1.241,- |
1.241,- |
5-Gang-Getriebe incl. verkürzter Kardanwelle |
|
1.831,- |
ALPINA-Leichtmetallräder 7 J x 14 K 2 |
|
1.243,- |
Einstellbare Stabilisatoren vorn und hinten |
|
355,- |
Scheel-Schalensitz mit Kopfstütze |
|
338,- |
Hosenträgergurt und Dreipunktgurt für Frontsitze |
|
167,- |
ALPINA-Frontspoiler |
|
210,- |
ALPINA Lederlenkrad |
|
200,- |
2 Trico-Speed-Wischerblätter |
|
33,- |
Montagekosten für Einzelteile |
400,- |
600,- |
|
21.471,- |
26.048,- |

ALPINA 520i
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ALPINA B2/ ALPINA B2S / ALPINA B3 / ALPINA B4

ในปี 1974 ALPINA ได้ออกรุ่น B2 ในแบบ conversion version เป็น after market modification คือ มีรถอยู่ แล้วส่งไปให้ ALPINA ปรับแต่งให้ โดยที่ยังไม่เป็น completed car หรือรถสำเร็จรูป (ตอนนั้น completed car รุ่นแรก เป็น E21 B6 2.8) มีการปรับปรุงระบบช่วงล่างและมีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
ระบบเครื่องยนต์ : มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายระดับ คือ
- ครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร คาร์บิวเรตเตอร์ : B2 กำลัง 230 แรงม้า B2S กำลัง 245 แรงม้า
- ครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร : B3 และ B4 กำลัง 250 แรงม้า โดยการขยายความจุเครื่องยนต์ จาก 2.8 ลิตรเป็น 3.0 ลิตรจ่ายเชื้อเพลิงด้วย 3 คาร์บิวเรตเตอร์
- เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตรหัวฉีด : B6 2.8 ขนาดความจุ 2.8 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด CL 200 แรงม้า และ 218 แรงม้า ในเวลาต่อมา
ทั้งหมดใช้เครื่องยนต์ block เดียวกันคือ M86 (ภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น M30)

B2 engine with 3 solex carburetters
ภายใน : ติดตั้งพวงลัย 4 ก้านสั่งทำพิเศษโดย MOMO มีมาตรวัดพิเศษเพิ่มอีกสามอันด้านหน้าคนนั่ง ประกอบไปด้วย มาตรวัดแรงดันน้ำมันเครื่อง, มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง และ มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเฟืองท้ายซึ่งจะพบได้เฉพาะรถแข่งเท่านั้น
ล้อ – ยาง : ALPINA ให้ ล้ออัลลอย 7 x 14 มากับยางขนาด 195/70 VR 14
ภายนอก : จัดระเบียบระบบอากาศพลศาตร์ ที่จะเข้ามาหมุนวนใต้ท้อง และช่วยเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันด้วยการติดตั้ง front spoiler ใต้กันชนหน้า กระจกรอบคันเป็นแบบมีสีในเนื้อกระจก เพื่อกรองความร้อนในห้องโดยสาร คาดสติ๊กเกอร์เส้นหนาสีบรอนซ์ลายเอกลักษณ์ของ ALPINA ด้านข้างตลอดแนวจากหัวจรดท้าย
ระบบช่วงล่าง : ALPINA B2 ใช้ชุด FC3 อันประกอบด้วย ช๊อคแอ๊ปซอร์บเบอร์ 4 ตัวของ BILSTEIN ที่มีความหนืดเพิ่มขึ้น และใช้เหล็กกันโคลงชนิดที่ปรับเปลี่ยนมุมได้
ระบบส่งกำลัง : เกียร์ธรรมดา GETRAG 4 speed เฟืองท้ายอัตราทด 3.45 : 1 มีลิมิเตดสลิป ให้เลือก 2 แบบ คือ 25% กับ 40% พร้อม oil cooler น้ำมันเฟืองท้ายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ ALPINA
ระบบเบรก : เป็นจานเบรคเจาะรูระบายความร้อนทั้งสี่ล้อ ALPINA B2 เริ่มมีการติดตั้ง ID Aluminium plate ในห้องเครื่องเพื่อแสดงรายละเอียดของรุ่นและเครื่องยนต์
ตาราง Specifications
| Motor |
|
ALPINA B2 |
ALPINA B2S |
ALPINA B3 |
ALPINA B4 |
Zylinder/Ventile |
|
6/2 |
6/2 |
6/2 |
6/2 |
Hubraum |
cm³ |
2986 |
2986 |
2986 |
2986 |
Hub/Bohrung |
mm |
80/89 |
80/89 |
80/89 |
80/89 |
Nennleistung/Nenndrehzahl |
kW (PS)/1/min |
169,2 (230)/6750 |
180,2 (245)/6750 |
183,9 (250)/6800 |
169,2 (230)/k. A. |
Max. Drehmoment/Drehzahl |
Nm/1/min |
265/4500 |
285/4500 |
298/4500 |
k. A. |
Spezifische Leistung |
kW (PS)/Liter |
56,7 (77) |
60,3 (82) |
61,6 (83,7) |
56,7 (77) |
Verdichtung |
: 1 |
10,0 |
10,0 |
10,0 |
k. A. |
|
|
|
|
|
|
Fahrleistung |
|
|
|
|
|
Höchstgeschwindigkeit |
km/h |
228 |
233 |
k. A. |
k. A. |
Beschleunigung 0-100 km/h |
s |
6,9 |
6,8 |
k. A. |
k. A. |
Stehender Start 0-1000 m |
s |
27,5 |
k. A. |
k. A. |
k. A. |
ราคาของ ALPINA B2 ในปี 1977 มูลค่าราคาใช้หน่วยเงินตราเป็น มาร์ค
41.900, 00 |
Base price vehicle inclusive engine |
00.730, 00 |
Metal IC lacquer finish |
02.200, 00 |
Getrag Fünfgang transmission |
01.443, 00 |
Rear axle cooling completely |
00.666, 00 |
adjustable stabilizers |
00.570, 00 |
Differential gearing with 25% locking action |
01.665, 00 |
Differential gearing with 40% locking action |
00.732, 60 |
Radiator kit |
00.603, 70 |
Auxiliary instrument unit with oil pressure, oil temperature and rear axle oil temperature announcement |
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ALPINA B5

ในปี 1974 ALPINA B5 ได้เปิดตัวควบคู่ไปกับ ALPINA B2 ในรุ่นที่ย่อมเยาว์กว่า กล่าวคือ มีเฉพาะเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุ 2.8 ลิตร เท่านั้น สมรรถนะบนถนนนั้นด้อยกว่า และราคาก็ถูกกว่า B5 นั้นมีราคาเพียง 27,721 DM ในขนะที่ B2 ต้องจ่ายราคาเริ่มต้นที่ 32,963 DM (ราคาในปี 1974)

ALPINA B5 มีพื้นฐานจาก BMW 525 ขยายความจุจาก 2.5 ลิตร ขึ้นมาเป็น 2.8 ลิตร ใช้ ลูกสูบ ข้อเหวี่ยงและ คาร์บิวเรตเตอร์จาก เครื่อง BMW รุ่น 2800 มีอัตราส่วนกำลังอัดกระบอกสูบ 9.0 ได้กำลัง 170 แรงม้าที่รอบ 6,000 rpm เฟืองท้ายใช้อัตราทดที่ยาวขึ้น คือ 3.45: 1 (3.64: 1 ใน BMW 525)
สมรรถนะ อัตราเร่ง 0 – 100 Km/h ภายในเวลาเพียง 8.4 วินาทีเท่านั้น และ 0 – 1,000 Km/h ในเวลา 29.6 วินาที
B5 interior
ภายใน : ให้เบาะ คนขับแบบกึ่ง bucket seat ผลิตโดย Scheel พวงมาลัย สี่ก้านผลิตพิเศษโดย MOMO
ระบบเบรค : เป็นจานเบรคเจาะรูระบายความร้อนทั้งสี่ล้อ
ระบบช่วงล่าง : ใช้ Bilstein เจ้าประจำรอบคัน เพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยมไม่ให้เสียชื่อ ALPINA B5
ล้อ – ยาง : ใช้ ล้ออัลลอย 7 x 14 มากับยางขนาด 195/70 VR 14
specifications
Motor |
|
ALPINA B5 |
Zylinder/Ventile |
|
6/2 |
Hubraum |
cm³ |
2788 |
Hub/Bohrung |
mm |
80/86 |
Nennleistung/Nenndrehzahl |
kW (PS)/1/min |
125 (170)/6000 |
Max. Drehmoment/Drehzahl |
Nm/1/min |
240/3700 |
Spezifische Leistung |
kW (PS)/Liter |
44,8 (61) |
Verdichtung |
: 1 |
9,0 |
|
|
|
Fahrleistung |
|
|
Höchstgeschwindigkeit |
km/h |
209,3 |
Beschleunigung 0-100 km/h |
s |
8,4 |
Stehender Start 0-1000 m |
s |
29,6 |
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ALPINA 528/B6/B8

พร้อมๆกันกับรุ่น B2 ALPINA ได้เสนอ ALPINA 528 , B6 และ B8 โดยมีพื้นฐานเดียวกันกับรุ่น B2 และรุ่น B4 จุดที่แตกต่างหลักๆ ก็คือ เครื่องยนต์ ที่ใช้ระบบหัวฉีดแบบกลไก
ระบบเครื่องยนต์ : ใช้เครื่องยนตร์รุ่น B6 2.8 โดยมีพื้นฐานจากเครื่อง M30 ที่อยู่ในBMW 525 และ 528 เครื่องยนต์มีขนาดความจุ 2,788 cc. ซึ่งออกครั้งแรกในปี 1971 ติดตั้งใน E3 และ E9 ALPINA ได้ modify ห้องเผาไหม้ โดยใข้ลูกสูบแบบแข่งที่ผลิตด้วยโลหะผสมพิเศษ forged iron ได้กำลัง 200 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 218 แรงม้าในเวลาต่อมา
บริษัท DVG ผู้ผลิตคาร์บิวเรตเตอร์ของเยอรมันนี ได้ถูกค้นพบโดย SOLEX ซึ่งได้ใช้เวลาถึง 5 ปี ในการพัฒนาระบบหัวฉีดกลไกที่มี การวัดปริมาตรอากาศ เรียกชื่อว่าระบบ CL-injection ได้ถูกนำมาใช้ในเครื่องยนต์นี้ ผลิตแรงม้าได้ 218 แรงม้า (เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกใช้ร่วมกันกับรุ่น B6 2.8 ในรหัส E21 และ E9) ALPINA ได้ออกแบบและปรับปรุงระบบไอเสียใหม่ และยังได้ติดตั้ง ชุดระบายความร้อนน้ำมันเฟืองท้ายโดยใช้สายพานโยงจากเพลาข้างด้านซ้ายขับปั๊ม เพื่อดูดน้ำมันเข้าไประบายความร้อนในแผง oil cooler ที่ติดตั้งอยู่ใกล้กัน

ALPINA B6 ENGINES REAR AXEL OIL COOLER
ระบบช่วงล่างและเบรค : ชุดช่วงล่าง ได้ติดตั้ง ALPINA chassis FC3 อันประกอบไปด้วย สปริง และช๊อคแอ๊ปซอร์บเบอร์ ของ Bilstein, ระบบเบรก เป็นจานแบบมีรูระบายความร้อน , ล้อแมกซ์ขอบ 14 มากับยาง Veith-Pirelly CN 36 SM ขนาด 195/70 VR 14 แต่ช่วงล่างชุดนี้มีความแข็ง และหนืดกว่า ช่วงล่าง standard ที่มากับ BMW 528 จากโรงงาน เฟืองท้ายอัตราทด 3.64 : 1 ซึ่งใข้งานได้ดีกับถนนในเมือง และ ถนนเล็กๆชานเมือง แต่ว่าจะเหมาะมากกว่า เมื่อใข้ขับเร็วๆบนถนนโล่งๆยาวๆอย่างออโต้บาห์น
ภายใน : สำหรับอุปกรณ์ภายใน ALPINA ให้ชุดเบาะสปอร์ต ผลิตโดย SCHEEL หุ้มด้วยผ้าลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ALPINA เฉพาะคู่หน้า พวงมาลัยสามก้าน ที่ MOMO รับทำให้ ALPINA เป็นพิเศษ หัวเกียร์ทำจากไม้วอลนัทมีตรา ALPINA ติดอยู่ด้านบน

B6 INTERIOR
ภายนอก : ตัวถังตกแต่งด้วยการคาดสติ๊กเกอร์เส้นหนา จากด้านหน้ายาวจรดด้านท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของ ALPINA ยุคนั้นเป็นสี เขียว – ขาว กับสปอยเลอร์ใต้กันชน

ราคาของอุปกรณ์ที่ ALPINA ติดตั้งให้ BMW 528 ในขณะนั้นหน่วยเป็น DEM.
Base price BMW 528 |
23,360.00 |
ALPINA B6 Engine |
4,428.90 |
ALPINA chassis FC 3 |
1,637.25 |
4 ALPINA light alloy wheels |
1,176.60 |
Construction case with 4 vented disc brakes |
1,115.65 |
Rear axis cooling system |
799.20 |
Front spoiler |
310.80 |
2 ALPINA sport seats in stripes design |
1,149.96 |
ALPINA leather steering wheel |
244.20 |
Deco set |
277.50 |
Total price of ALPINA 528 |
34,500.06 |
สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ BMW 528i standard ถ้าต้องการปรับแต่งสมรรถนะให้สูงขึ้น ALPINA ยังมีเครื่องยนต์ รหัส B8 สำหรับเปลี่ยนกับ เครื่อง 2.8 ลิตรเดิม โดยเป็นเครื่อง 3.2 ลิตร ได้แรงม้า 240 Bhp. ในราคา 10,622.00 DEM. พร้อมทั้งยังมีชุดช่วงล่างให้เลือกด้วยใน ราคา 5,198 DEM. เป็นชุด ALPINA chassis FC 5 ประกอบไปด้วย
QTY |
|
2 |
BILSTEIN shock absorber in front |
2 |
height adjustable BILSTEIN shock absorber in rear |
1 |
stabilizer bar in front 21 mm diameter |
1 |
stabilizer in rear adjustable 18 mm diameter |
4 |
progressive chassis feature for front and rear |
2 |
special vented discs in front |
2 |
ALPINA light alloy wheels 7 x 16 (front) with PIRELLI P 7 205/55 VR 16 |
2 |
ALPINA light alloy wheels 8 x 16 (rear) with PIRELLI P 7 225/50 VR 16 |
เปรียบเทียบ BMW 528 กับ ALPINA B6 2.8
| |
BMW 528 |
ALPINA B6 2.8 |
Price 1975 (DEM) |
23,360.00 |
34,500.06 |
Engine capacity in cc. |
2,788 |
2,788 |
Bhp./rpm. |
165/5,800 |
200/6,200 |
Max torque/rpm. |
23.8 kpm/4,000 |
25.3 kpm/5,500 |
0-10 km/h in sec. |
9.5 |
7.6 |
Top speed in km/h |
198 |
212 |
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ALPINA B7 Turbo


รถผลิตสำเร็จรูปจากโรงงาน ALPINA ถัดจากรุ่น E21 B6 2.8 แต่เป็นรุ่นแรกของ E12 ที่เป็น completed car คือ B7 TURBO ใช้เครื่องยนต์ M30 ขนาดความจุ 3.0 ลิตร
Professor Fritz Indra (ผู้ซึ่งเป็นบิดาแห่ง AUDI และคิดค้น เครื่อง Quattro) ได้พัฒนาแนวความคิดของ วิศวกรชาวฮังกาเรียนคนหนึ่งชื่อ Dr. G Cser ที่ต้องการแก้ไขความเฉื่อยจากการตอบสนองของเทอร์โบในช่วงความเร็วรอบต่ำให้สามารถเพิ่ม แรงดันได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้หลักการของการสะท้อนคลื่นความถี่ หรืออีกนัยหนึ่งคือ เป็นการแก้ไขอาการ turbo lack นั่นเอง เขาได้พัฒนาเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ สามารถผลิตแรงม้าได้สูงถึง 300 แรงม้า
ระบบเครื่องยนต์ : ระบบเริ่มด้วยการเตรียมการของ ส่วนผสมไอดี ผ่านระบบหัวฉีดกลไก ที่มีแรงดันอิสระ (ระบบ DL ) และจะคำนวณแรงเคลื่อนของอากาศหลังจากผ่านระบบการอัดอากาศของเทอร์โบ ด้วยเหตุนี้ทำให้ การตอบสนองของเทอร์โบ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจากระบบอัดอากาศ สามารถนำ อากาศให้ผ่านเข้าได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยมาก ทำให้สามารถเพิ่มแรงดันขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ที่รอบต่ำ ส่วนผสมของน้ำมันและอากาศ ถูกจัดการในท่อดูดขนาดยาว ผ่านการสะท้อนคลื่นความถี่ เป็นผลให้ แรงดันของเทอร์โบ สามารถเพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องหมุนถึงรอบสูงสุด ที่ความเร็วรอบเครื่องต่ำกว่า 2,000 rpm แรงดันเทอร์โบ สามารถเพิ่มได้ถึง 23% ของทั้งหมด เป็นผลให้ได้รับ แรงบิดเพิ่มขึ้น
B7 TURBO ได้ติดตั้งปุ่มหมุนสำหรับปรับอัตราบูสท์ ของเทอร์โบ ไว้ใกล้กับด้ามเบรกมือ สามารถปรับบูสท์ได้ตั้งแต่แรงดัน 6 psi ถึง 12 psi เรียกแรงม้าออกมาได้ ระหว่าง 250 ถึง 300 แรงม้า ณ.ที่ความเร็วรอบ 2,000 rpm TURBO เริ่มต้นบูสท์ที่ 0.6 bar และที่ 3,000 rpm TURBO บูสท์ได้ถึงอัตราสูงสุดคือ 0.9 bar เครื่องตัวนี้ใช้แคมชาร์ฟองศาสูงขนาด 272 องศา และมี intercooler ขนาดเล็กวางรับอากาศเย็น ไว้หลังไฟหน้าด้านขวา เพื่อลดอุณหภูมิ ของไอดีที่ถูกอัดจากเทอร์โบ ให้เย็นลง ก่อน ถูกส่งกลับเข้าไปจุดระเบิดในห้องเผาไหม้
ระบบ จุดระเบิดของ B7 TURBO เป็นแบบไม่มีจานจ่าย ผลิตโดย HARTIG ส่วนของ ECU (ของชุดจุดระเบิด) มีตัวเซ็นเซอร์ 3 จุด 1) จาก boost pressure 2) magnetic sensor ติดไว้ใกล้ฟลายวีลล์ และ 3) วัดจากอุณหภูมิไอดี ติดเซนเซอร์ไว้ที่ท่อไอดี คอยล์จุดระเบิด มี 3 ตัว จุดแบบเรียงลำดับ 2 สูบ ต่อ 1 คอยล์ ดังนี้คอยล์ ตัวที่ 1 จุดที่สูบ 1 และ 6 คอยล์ตัวที่ 2 จุดที่สูบ 2 และ 5 / คอยล์ตัวที่ 3 จุดที่สูบ 3 และ 4
B7 TURBO ถูกกำหนดให้สามารถใช้งานได้ถึง หนึ่งแสน กิโลเมตร ภายได้การดูแลโดยศูนย์บริการของ BMW และ/หรือ หน่วยงานตรวจสอบทางด้านเทคนิค (Association for Technical Inspection ; TUV) ได้โดยไม่มีปัญหา จัดเป็น completed trouble-free
B7 TURBO มีเครื่องยนต์ 6 สูบที่เดินได้อย่างนุ่มนวล ทั้ง ยังมีระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อรองรับกับแรงม้าระดับ 300 แรงม้า โดยที่มิได้ละเลยความนุ่มนวลสะดวกสบาย
ด้านสมรรถนะ B7 TURBO มีอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.5 วินาที และ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 256 กม./ชม. ที่ความเร็วต่ำ เป็นรถที่มีอัตราเร่งค่อนข้างเรียบร้อยนุ่มนวล ผิดกับ เครื่องหกสูบ สี่วาวล์ต่อสูบที่พัฒนาโดย BMW และติดตั้งใน M1 / M635 CSI และ M5 B7 Turbo มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 17.8 litre / 100 Km. จัดได้ว่า B7 TURBO เป็นรถ sedan 4 ประตู ที่เร็วที่สุดในโลกในขณะนั้น (the fastest four-door travel sedan of the world.)

ALPINA B7 Turbo Engine Zenith- Pierburg Solex DL mechanical
ภายใน : เบาะคู่หน้าผลิตให้เป็นพิเศษโดย RECARO หุ้มผ้าลายเอกลักษณ์ของ ALPINA ทั้งหน้าและหลัง หน้าปัทม์แปะชื่อ ALPINA มี top speed ที่ 300 Km/Hr. มีมาตรวัดพิเศษแยกต่างหากติดตั้งฝั่งคนนั่ง โดยวางเอียงหน้ามาทางคนขับเพื่อมุมมองที่ชัดเจน แสดง 3 อย่างคือ 1. วัดอัตราบูสท์ของเทอร์โบ 2. แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง และ 3. แสดงอุณหภูมิน้ำมันเฟืองท้าย มี ID PLAQUE ติดไว้บน dash board ฝั่งคนนั่ง แสดง รุ่น และลำดับที่ของรถคันนั้นๆ

INTERIOR

ID PLAQUE
ภายนอก : คาดสติกเกอร์แถบกว้างจากหัวจรดท้าย มี spoiler ใต้กันชน และ spoiler ท้ายเป็นยางบนฝากระโปรงท้าย และยังมียางกันโคลน ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับ E12 โดยเฉพาะ

ALPINA mud flap
ALPINA E12 B7 TURBO Specifications
GENERAL |
|
Weight kg |
1485 |
Wheelbase mm |
2636 |
Track F/R |
1466/1483 |
Length |
4620 |
Width |
1690 |
Height |
1405 |
ENGINE |
|
Bore x Stroke |
89.0 x 80.0 |
Capacity cc. |
2986 |
Compression ratio |
7.2 : 1 |
Turbo Boost |
0.85 Bar / 12 psi (max) |
Adjustable knob |
6 – 12 psi |
Turbo type |
KKK K27 |
Bhp. |
300 @ 6,000 rpm. |
Torque |
341 lb-ft @ 2500 rpm |
Fuel Injection |
(Zenith- Pierburg Solex DL mechanical) |
Ignition system |
Hartig Distributorless fully digital control computerized system |
Additional fuel tank |
40 Litre (total 90 Litre) |
TRANSMITTION |
Five speed Getrag gearbox |
5th |
1.00 : 1 |
4th |
1.16 : 1 |
3rd |
1.46 : 1 |
2nd |
2.08 : 1 |
1st |
3.42 : 1 |
Final Drive |
2.93 : 1 with limited slip 25% |
BRAKE |
|
Vented disc |
280 mm. (front) |
PERFORMANCE |
|
Top speed |
256 Km/hr. |
0 – 100 km/hr. |
6.5 sec. |
Price when new 1979 |
61,670 DEM |
Production numbers |
149 December 1978 – February 1982 |
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ALPINA B7S Turbo

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1982 รุ่น B7S Turbo ได้ถูกผลิตและนำออกจำหน่าย โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 60 คันเท่านั้น ราคาในขณะนั้น สูงถึง 75,000 DEM. (ราคาสูงกว่า M535i ที่มีแรงม้า 218 Bhp ถึง 31,405 DEM.)
ภายนอก : มีเฉพาะสี Sapphire Blue Metallic เท่านั้น มีจุดเด่นที่สดุดสายตาและแสดงถึงความพิเศษด้วย สติ๊กเกอร์ลายเส้นสีทอง ที่ดูโปร่งตา คาดด้านข้างหัวจรดท้าย มี สปอยเลอร์ หน้าและหลัง โครเมียมเสากลางหลังคา กับ มือเปิดประตู ถูกทำให้ดูขรึมด้วยการทำให้เป็น สีดำด้าน กรองความร้อนที่จะเข้าในห้องโดยสารด้วย สีเขียวในเนื้อกระจก


ล้อ และยาง : แบบเดียวกันกันกับ B7 TURBO ขนาด 7 x 16 ในด้านหน้าและ 8 x 16 ในด้านหลัง กับ ยาง Pirelly P 7 205/55 VR 16, 225/50 VR 16 ด้านหน้าและหลังตามลำดับ
ภายใน : เบาะนั่งหน้า – หลังแบบเดียวกันกับ B7 TURBO คือ RECARO คู่หน้า หุ้มผ้าลายเของ ALPINA ทั้งหน้าและหลัง มีปุ่มปรับบูสท์เทอร์โบติดตั้งไว้ด้านข้างของเบรกมือเช่นเดียวกัน มีมาตรวัด 3 อันพิเศษวางไว้บนคอนโซลหน้าฝั่งคนนั่งแสดงค่า อัตราบูสท์ ของเทอร์โบ, อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง และ อุณหภูมิน้ำมันเฟืองท้าย เช่นเดียวกันกับ B7 TURBO กระชับมือด้วยพวงมาลัย 4 ก้านผลิตพิเศษโดย MOMO ที่พักเท้าขนาดใหญ่ สะดวกสบายด้วยกระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บาน ที่แตกต่างจาก B7 TURBO สำหรับภายในนั้นก็คือ ผ้าบุหลังคาและผ้าบุเสาหลัง เป็นสีดำ


ระบบเครื่องยนต์ : เครื่องยนต์ B7S TURBO ถูกขยายความจุจาก 3.0 ลิตร ใน B7 TURBO เป็น 3.5 ลิตร (3,453 cc.) ภายในเครื่องยนต์ ใช้ลูกสูบกำลังอัดต่ำผลิตจากวัสดุ Forged Iron โดย MAHLE ได้อัตราส่วนกำลังอัดกระบอกสูบ 7.2 : 1 (7.0 : 1 ใน B7 TURBO) เพิ่มอัตราบูสท์สูงสุดของเทอร์โบจาก 12 psi ใน B7 TURBO เป็น 13 psi มีปุ่มปรับบูสท์gmviNF[เทอร์โบ ระหว่างแรงดัน 6.5 – 13 psi เมื่อปรับไว้ที่ระดับต่ำสุด คือ 6.5 psi เครื่องยนต์สามารถมีกำลังแรงม้าถึง 250 Bhp ส่วนอื่นๆของเครื่องยนต์ใช้แบบเดียวกันกับ B7 TURBO เช่น camshaft 272 องศา เป็นต้น ผลิตแรงม้าได้ 330 Bhp. ที่ 5,800 และได้แรงบิด 369 lbf.ft ที่ 3,000 rpm.


ระบบส่งกำลัง : ชุดเกียร์เปลี่ยนจาก Getrag ที่เคยใช้ใน B7 TURBO เป็นมา ของ ZF S 5-40 เฟืองท้ายเปลี่ยนอัตราทดจาก 2.93 มาเป็น 3.07 : 1 สอดไส้ด้วย LIMITED SLIP 25% น้ำหนักรวมของรถ 1490 Kg.
ด้านสมรรถนะ ทำอัตราเร่ง 0 – 100 Km/Hr. ได้ภายในเวลาเพียง 5.9 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. (นี่คือรถที่ผลิตในปี 1981 นะครับ ซึ่งสามปีต่อมา FERRARI ได้ออก Testarossa ยังไม่สามารถทำอัตราเร่งและ top speed ได้ดีไปกว่านี้เลย หรือจะเทียบกับ NISSAN SKYLINE GTR R 34 รถขับสี่ล้อที่ว่าเร็วในยุคหลัง ยังสามารถทำได้แค่เท่ากันกับ B7S TURBO เท่านั้น)

B7S TURBO Specification
| Motor |
|
ALPINA B7S Turbo |
Zylinder/Ventile |
|
6/2 |
Hubraum |
cm³ |
3453 |
Hub/Bohrung |
mm |
84/93,4 |
Nennleistung/Nenndrehzahl |
kW (PS)/1/min |
243 (330)/5800 |
Max. Drehmoment/Drehzahl |
Nm/1/min |
500/3000 |
Spezifische Leistung |
kW (PS)/Liter |
70,4 (95,6) |
Verdichtung |
: 1 |
7,5 |
| |
|
|
Fahrleistung |
|
|
Höchstgeschwindigkeit |
km/h |
260 |
Beschleunigung 0-100 km/h |
s |
5,9 |
Stehender Start 0-1000 m |
s |
25,0 |
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
B7S TURBO ถือเป็นรุ่น E12 รุ่นสุดท้าย ที่ ALPINA ทำครับ ถัดไปจะเป็นรุ่น E28, E24 ซึ่งอาจจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป ขอบคุณที่กรุณาติดตามผลงานครับ
CREDIT TO : total BMW Magazine, 
: weis-blau edition /BMW- ALPINA by Thomas G. Muller # 024 
: www.thealpinaregister.co.uk
: www.e12.de
Thanks to : Mr. Ulrich Thieme and e12.de for supporting me lots of datas and informations
: พี่โอภาส ที่ช่วยแก้ไขเรื่องการแปล |